
บาสบำบัด ผู้รอดชีวิต โอกาสครั้งที่สองของคนเคยติดยา
- Harry P
- 27 views
บาสบำบัด ผู้รอดชีวิต บางคนเคยล้มลง จนเชื่อว่าคงไม่มีวันลุกขึ้นได้อีก บางชีวิตเคยถูกมอง ว่าไร้ทางกลับ แต่แล้วเพียงลูกบาสลูกหนึ่ง กับพื้นที่ในสนาม ก็กลายเป็นแสงสว่างในความมืด ที่พาเขากลับมายืนขึ้นได้ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ที่ยังมีค่าพอจะได้รับโอกาส
สำหรับใครหลายคน “ยาเสพติด” คือคำที่ฟังดูห่างไกล แต่ในความเป็นจริง มันสามารถแทรกซึมเข้ามาในชีวิต ได้อย่างเงียบงัน ไม่ว่าจะเป็นจากความเครียด ความสิ้นหวัง หรือสภาพแวดล้อม ที่กดดัน ผู้ติดยาเสพติดจำนวนมาก ไม่ได้เริ่มต้นชีวิต ในเส้นทางอาชญากรรม
บางคนเคยเป็นนักกีฬา นักเรียนดีเด่น หรือพนักงาน ที่ขยันขันแข็ง แต่ด้วยปัจจัย ที่ซับซ้อนทางสังคม และจิตใจ พวกเขากลับถูกดึงให้หลงทาง
เมื่อชีวิตพังทลาย หลายคนก็ถูกตัดสินว่า “หมดค่า” หรือ “ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” แต่ว่ายังมีคน อีกจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ยอมแพ้ และที่น่าประทับใจคือ พวกเขาได้ค้นพบ “บาสเกตบอล” เป็นประตูบานใหม่ ที่ไม่ได้พาแค่ร่างกาย ให้กลับมาแข็งแรง แต่ยังฟื้นจิตใจ ให้ลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง [1]
ในหลายศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด ทั้งของรัฐ และเอกชน ได้มีการบรรจุกิจกรรมกีฬา เข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการฟื้นฟู มาโดยตลอด แต่ที่น่าสนใจคือ ในบางแห่ง “บาสเกตบอล” กลายเป็นกีฬาเด่น ที่ใช้เป็นหัวใจ ของโปรแกรมการบำบัด ด้วยเหตุผลที่ทั้งลึกซึ้ง และเป็นรูปธรรม
บาสเกตบอลเป็นกีฬา ที่ต้องอาศัย “การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการควบคุมอารมณ์” ซึ่งทั้งหมดนี้ คือทักษะสำคัญ ที่ผู้ผ่านการติดยา ต้องเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง
การได้วิ่งในสนาม ดวลเกมกับเพื่อน และพยายามทำแต้มให้ทีม ไม่เพียงช่วยให้สมอง หลั่งสารเอนดอร์ฟิน ที่จะช่วยลดความอยากยา แต่ยังทำให้พวกเขา “รู้สึกมีค่า” เมื่อเพื่อนร่วมทีมให้กำลังใจ หรือเมื่อโค้ช ชื่นชมการเล่นของพวกเขา [2]
ในหลายศูนย์ฟื้นฟู โค้ชบาสไม่ได้มีบทบาท แค่ฝึกซ้อม แต่คือคนที่อยู่เคียงข้าง คอยรับฟัง รับรู้ และเข้าใจอดีต อันบอบช้ำของผู้ติดยา อย่างแท้จริง [3]
พวกเขาไม่ใช่แค่คนที่พูดว่า “เธอต้องเลิกยา” แต่เป็นคนที่พูดว่า “มาลองฝึกจ่ายบอลอีกครั้ง แล้วดูสิว่าเธอจะเก่งแค่ไหน” ประโยคเรียบง่ายเหล่านี้ กลับกลายเป็นแรงผลักมหาศาล
บางคนในโปรแกรม เคยอยู่ในคุก บางคน เคยเสพยาหนัก จนเกือบตาย แต่เมื่อได้สวมรองเท้าผ้าใบ และลงสนามบาส พวกเขาก็กลายเป็น “ผู้เล่น” ไม่ใช่ “ผู้ป่วย” ไม่ใช่ “ผู้ต้องหา” ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน บนพื้นสนาม และโค้ช คือผู้ที่คอยเตือนพวกเขาว่า “เรายังเล่นให้ดีกว่านี้ได้เสมอ”
แม้ว่าเป้าหมาย ของบาสเกตบอล จะเป็นการทำแต้ม แต่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า คือการได้ “ทีม” ที่คอยผลักดัน และเตือนสติกัน บ่อยครั้งที่อดีตผู้ติดยา หลุดกลับไปสู่ความมืดเพราะ “เหงา” และ “ไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร”
แต่ในสนามบาส ทุกการฝึกซ้อม คือการเรียนรู้ ที่จะไว้วางใจ การให้กำลังใจเพื่อน ที่ทำพลาด การเฉลิมฉลองเล็กๆ เมื่อทีมชนะ ล้วนเป็นการสร้าง ความผูกพันที่แท้จริง
บางศูนย์ถึงขั้นจัดการแข่งขัน กับทีมจากภายนอก เช่น ทีมมหาวิทยาลัย หรือทีมองค์กร เพื่อให้ผู้ร่วมโปรแกรม ได้สัมผัสประสบการณ์ การแข่งขันจริงๆ ซึ่งไม่เพียงกระตุ้นความท้าทาย แต่ยังเปิดโอกาส ให้โลกภายนอกเห็นว่า “คนที่เคยผิดพลาด ก็สามารถลุกขึ้นใหม่ได้ ถ้ามีโอกาส”
มีตัวอย่าง ของผู้ที่ผ่านโปรแกรม บาสบำบัด แล้วเปลี่ยนชีวิตจริง ได้หลายราย เช่น “ตั้ม” ชายหนุ่มที่เริ่มเสพยาเสพติด ตั้งแต่มัธยมต้น แต่หลังจากเข้าสู่ศูนย์บำบัด และได้เข้าร่วมทีมบาส
เขาก็พบว่าตัวเอง มีพรสวรรค์ ในตำแหน่งพอยต์การ์ด และหลังจากออกจากศูนย์ เขาก็กลายมาเป็นผู้ฝึกสอนเยาวชน ในชุมชนของตนเอง สอนบาส และเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอง ให้เด็กๆฟัง เพื่อเตือนพวกเขา ไม่ให้เดินซ้ำรอย
หรืออย่าง “เจ” ที่เคยเป็นอาชญากรคดียา แต่เมื่อได้โอกาส เข้าร่วมโปรแกรมกีฬา เขาก็พบว่าเกมบาส ช่วยทำให้เขา ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ทุกวันนี้เจเปิดเพจออนไลน์ เล่าเรื่องการฟื้นตัวของเขา และทำงานกับมูลนิธิ ที่สนับสนุนผู้พ้นโทษ ให้กลับเข้าสู่สังคม
ในสังคมที่ยังมีอคติ ต่อผู้ที่เคยพลาดพลั้ง โปรแกรมบาสบำบัด ก็เปรียบเสมือน พื้นที่ปลอดภัย ที่ผู้รอดชีวิต จากโลกของยาเสพติด จะได้กลับมาเป็น “มนุษย์” ที่มีศักยภาพอีกครั้ง เพราะบางครั้ง คนเราก็แค่ต้องการ เพียงโอกาสครั้งที่สอง และบางที โอกาสนั้น ก็อาจเริ่มต้นได้ จากลูกบาสลูกเดียว
ผลก็คือ บาสบำบัด ผู้รอดชีวิต ไม่ใช่สูตรสำเร็จ ที่จะใช้ได้กับทุกคน แต่เป็นเพียงหนึ่งในหลายเครื่องมือ ที่สามารถสร้างแรงจูงใจ ให้ผู้ที่ติดยา อยากเปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริง เพราะมันคือการฝึกวินัย ความรับผิดชอบ การเรียนรู้ที่จะล้มแล้วลุก และที่สำคัญที่สุด คือการเรียนรู้ที่จะเชื่อว่า ตัวเองมีค่าได้อีกครั้ง
เพราะบาสเกตบอล เป็นกีฬา ที่ต้องใช้การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การควบคุมอารมณ์ และความรับผิดชอบ ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นทักษะสำคัญ ที่ผู้ติดยาต้องเรียนรู้ใหม่ ในการกลับคืนสู่สังคม นอกจากนี้ ยังช่วยหลั่งสารเคมี เชิงบวกในสมอง และสร้างความรู้สึก ว่ามีคุณค่าให้กับผู้เล่น
โค้ชบาสไม่ได้เป็นเพียงผู้ฝึกสอน ด้านกีฬาเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ เป็นผู้นำทางจิตใจ คอยให้กำลังใจ สนับสนุน และสร้างแรงศรัทธาในตัวเอง ให้กับผู้เข้าร่วมโปรแกรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ ผู้ผ่านประสบการณ์ การเสพยาต้องการมากที่สุด ในกระบวนการเยียวยา